Tradition

หัตถกรรมไทย

posted on 17 Sep 2009 07:21 by pojjamansk in Tradition
ด้านหัตถกรรม  หัตถกรรมเกิดขึ้นจากการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ เพื่อใช้สอยในชีวิตประจำวัน ต่อเมื่อมีประโยชน์ใช้สอยสมบูรณ์แล้ว จึงตกแต่งให้มีความสวยงาม                 หัตถกรรมในระดับพื้นฐาน จะใช้วัสดุจากธรรมชาติ มีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น กระติ๊บใส่ข้าวเหนียวของชาวเหนือ และ ชาวอีสาน ตะกร้า ที่อาจเหมือนกัน แต่ลวดลายลายละเอียดจะแตกต่างกันในแต่ละภาค                  หัตถกรรมในระดับราชสำนักจะมีความประณีตสวยงามขึ้น เช่น เครื่อง                 เบญจรงค์ เครื่องเงิน ทองเหลือง หรือ ไม้แกะสลัก                 ผลงานหัตถกรรมที่สำคัญ เช่น                เครื่องถม เครื่องลงยา เป็นวิธีการทำภาชนะแบบหนึ่ง ที่ทำให้เกิดลวดลายสวยงาม สันนิษฐานว่าเอาแบบอย่างจากอินเดีย เปอร์เซีย หรือ โปรตุเกส                 เครื่องเขิน  เป็นการทำภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ แล้วเคลือบด้วยรัก เขียนลวดลายประดับตกแต่งให้สวยงาม เครื่องเขินเป็นภาชนะที่นิยมทำกันทางภาคเหนือ                เครื่องมุก เป็นการทำภาชนะ แล้วใช้หอยมุกมาฉลุเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประดับลงไป                เครื่องไม้แกะสลัก  เป็นการแกะสลักไม้ เพื่อที่จะนำไปตกแต่งเป็นสิ่งต่างๆให้สวยงามยิ่งขึ้น เช่น ตู้ เตียง หน้าจั่ว กาแล บานประตู หน้าต่าง                เครื่องจักสาน เป็นการทำภาชนะเพื่อใช้สอยในชีวิตประจำวัน มีอยู่เกือบทุกภาคแต่อาจมีรูปแบบและลวดลายแตกต่างกันบ้าง                เครื่องปั้นดินเผา เป็นการทำภาชนะด้วยดินเผาที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ ได้มีการพัฒนาวิธีการมาเป็นลำดับ ปัจจุบันเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของไทย                เครื่องโลหะ  คือ การหลอมโลหะต่างๆ ที่อาจเป็นเหล็ก ทองแดง ทองเหลือง อาจหลอมเป็นพระพุทธรูป อาวุธ เครื่องมือ เครื่องใช้                เครื่องถักทอ  ได้แก่ การทอผ้า ทอเสื่อ ผ้าไทยของเรามีลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์                เครื่องกระดาษ  หัตถกรรมที่เด่นมากคือการทำร่มของจังหวัดเชียงใหม่                นอกเหนือจากนั้น ยังมีผลงานหัตถกรรมที่มิได้มุ่งประโยชน์ในการใช้สอย ได้แก่ การทำหัวโขน การทำตุ๊กตา                หัตถกรรมทุกประเภทได้รับการ สนันสนุนให้เป็นสินค้าอุตสาหกรรมพื้นบ้าน จึงเป็นของที่ระลึกที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยว

ภูมิปัญญาไทย

posted on 16 Sep 2009 17:39 by pojjamansk in Tradition

    

        ภูมิปัญญา (Wisdom)หมายถึง [1]ความรู้ ความคิด ความเชื่อ ความสามารถ ความจัดเจน ที่กลุ่มชนได้จากประสบการณ์ที่สั่งสมไว้ในการปรับตัวและดำรงชีพในระบบนิเวศน์ หรือ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมที่ได้มีการพัฒนาสืบสานกันมา

                ภูมิปัญญาเป็นผลของการใช้สติปัญญาปรับตัวกับสภาวะต่างๆ ในพื้นที่ที่กลุ่มชนนั้นตั้งหลักแหล่งถิ่นฐานอยู่ และได้แลกเปลี่ยนสังสรรค์ทางวัฒนธรรมกับกลุ่มชนอื่น จากพื้นที่สิ่งแวดล้อมอื่นที่ได้มีการติดต่อสัมพันธ์กัน แล้วรับเอา ปรับเปลี่ยนนำมาสร้างประโยชน์ หรือแก้ปัญหาได้ในสิ่งแวดล้อมและบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มชนชั้น

                ภูมิปัญญาไทยแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับ คือ[2]

                1.ภูมิปัญญาระดับชาติ เป็นภูมิปัญญาที่พัฒนาสังคมไทยให้รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ต่างๆในอดีต การเสียเอกราช การสร้างเสริมความศิวิไลซ์ให้กับชาติตราบจนทุกวันนี้ เช่น กรณีการกอบกู้เอกราชของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

                2.ภูมิปัญญาระดับท้องถิ่น หรือ ภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นระดับท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นนั้น เป็นพื้นความรู้ของชาวบ้านในการคิดแก้ปัญหาในชีวิตของตนเอง

                ลักษณะของภูมิปัญญาไทย มีดังนี้

                1.ภูมิปัญญาไทยเป็นเรื่องของการใช้ความรู้ (Knowledge)ทักษะ(Skill) ความเชื่อ(Belief) และพฤติกรรม(Behavior)

                ความรู้และทักษะ ทำให้ชาติไทยของเรามีผลงานด้านศิลปกรรมแขนงต่างๆ

ความเชื่อทำให้เรามีประเพณีทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น เช่น ความเชื่อเรื่องพญาแถนจะบันดาลฝนให้ตกลงมา ทำให้เกิดประเพณีการขอฝน ความเชื่อส่งผลต่อพฤติกรรมของคนไทยหลายประการ เช่น เชื่อว่าสีดำขาว เป็นสีของการไว้ทุกข์ คนไทยบางคนจะไม่ใส่เสื้อผ้าสีขาวดำเมื่อมีคนเจ็บป่วย หรือเมื่อถึงวันเกิด  ความเชื่อกันต่อๆมาว่าไม่ควรตัดผมวันพุธ ร้านตัดผมจึงมักจะปิดวันพุธ การไม่เผาศพวันศุกร์เพราะเชื่อว่าลูกหลานจะไม่อยู่เย็นเป็นสุข เป็นต้น

                2.ภูมิปัญญาไทยแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ

                พิธีกรรมหลายอย่างที่เกิดขึ้นเพราะมีเหตุผลแฝงอยู่  เช่น พระราชจรดพระนังคลังแรกนาขวัญ ที่มีการเสี่ยงทายจากพระโคเพื่อ  พยากรณ์ในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของฝนฟ้าอากาศ  พระราชพิธีนี้แสดงถึงการให้ความสำคัญของดินฟ้าอากาศกับการเพาะปลูก การเล่นสาดน้ำวันสงกรานต์ในช่วงเดือนเมษายนที่อากาศร้อนอบอ้าว  การลอยกระทงในเดือนพฤศจิกายน หลังฤดูฝนที่มีน้ำหลากล้นตลิ่ง  คนไทยภาคกลางสร้างบ้านเรือนใต้ถุงสูงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เป็นต้น

                3. ภูมิปัญญาไทยเป็นเรื่องของการแก้ปัญหา การจัดการ การปรับตัว การเรียนรู้ เพื่อความอยู่รอดของบุคคล ชุมชนและสังคม

                สังคมไทยในอดีตที่ผ่านมา ได้ใช้ ภูมิปัญญาไทยแก้ปัญหาให้แก่สังคมมาโดยตลอด เช่น พระมหากษัตริย์ไทยได้ทรงพัฒนารูปแบบการปกครองให้เหมาะสมกับยุคสมัย การปรับนโยบายกับต่างประเทศเพื่อรักษาประเทศชาติให้รอดพ้นจากลัทธิจักรวรรดิ์นิยม   คนอีสานมีพิธีบายสีสู่ขวัญเพื่อให้เกิดความรักสามัคคีในหมู่พวกเดียวกัน  และล่าสุดวิถีชีวิตแบบพอเพียงก็คือการปรับตัวให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน

                4.ภูมิปัญญาไทยมีลักษณะเฉพาะหรือเอกลักษณ์ในตัวเอง   การแต่งกายด้วยผ้าลายไทย พูดภาษาไทย ศิลปกรรมแบบไทย กิริยามารยาทอ่อนน้อม บุคลิกภาพยิ้มแย้มแจ่มใส เหล่านี้เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย ที่เกิดขึ้นเพราะภูมิปัญญาไทย

 

 



[1] วรวุฒิ สุวรรณฤทธิ์ วิถีไทย โอเดียนสโตร์ ,2547 หน้า 148

[2] เสรี พงศ์พิศ อ้างถึงใน วรวุฒิ สุวรรณฤทธิ์ วิถีไทย โอเดียนสโตร์ ,2547 หน้า 148-150

 คำว่าวัฒนธรรมตามที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายไว้ คือ หมายถึงสิ่งที่ทำความเจริญงอกงามให้แก่หมู่คณะ วิถีชีวิตของหมู่คณะ เช่น วัฒนธรรมพื้นบ้าน วัฒนธรรมชาวเขา ในทางสังคมศาสตร์ วัฒนธรรม หมายถึง วิถีชีวิตของมนุษย์ในสังคม[1]                 (Way Of Life) ทั้งนี้เพราะวัฒนธรรมเป็นสิ่งกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย ชาติไทยเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมมา     ช้านานโดยรับวัฒนธรรมจากชาติอื่นเข้ามาผสมผสานกลายเป็นวัฒนธรรมของตนเองที่เป็นเอกลักษณ์ 

วัฒนธรรมจากแหล่งอื่นที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทย ได้แก่วัฒนธรรมอินเดีย วัฒนธรรมจีน และวัฒนธรรมตะวันตก                

วัฒนธรรมอินเดีย ที่เข้ามามีอิทธิพลในสังคมไทยได้แก่ ด้านการเมือง การปกครอง ศาสนา  ภาษา และวรรณกรรม ตลอดจนศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับ                      พุทธศาสนา หรือ ศาสนาพราหมณ์               

วัฒนธรรมจีนที่เข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมไทยคือความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาบรรพบุรุษที่เริ่มโดยชาวจีนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินไทย ต่อมาความเชื่อเช่นนี้ ได้แพร่หลายไปทั่ว  นอกจากนั้นยังได้รับอิทธิพลด้านศิลปกรรม และวรรณกรรม  

วัฒนธรรมตะวันตก  ในอดีตไทยได้รับอิทธิพลด้านเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ พร้อมทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ซึ่งเรานำมาปรับใช้ในกองทัพ ในการก่อสร้าง ในทางการแพทย์ การวางผังเมือง  ต่อมาเราได้รับอิทธิพลด้านแนวคิดเพิ่มเติมเข้ามาคือแนวคิดด้านสิทธิ เสรีภาพ  การศึกษาแนวคิดเหล่านี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการปกครอง เศรษฐกิจและสังคม อย่างใหญ่หลวงตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนกระทั่งปัจจุบันทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมมีส่วนที่ก่อให้เกิดความแตกต่างของวัฒนธรรม แต่ละท้องถิ่นของประเทศไทยจึงมีวิถีชีวิตที่อาจ คล้ายคลึงกัน และแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม   



[1] สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ .มนุษย์กับสังคม.2541 หน้า50