สำหรับ 602  606 โดยเฉพาะ

        จากการศึกษาเรื่องราวของสมัยใหม่ในอารยธรรมตะวันตก จะพบว่ามีเหตุการณ์สำคัญอย่างหนึ่งคือ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ส่วนจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับภูมิหลังของแต่ละประเทศ

       ในอังกฤษ นับว่าเป็นประเทศที่มีการพัฒนาอย่างค่อยเป็น ค่อยไป บางช่วงของประวัติศาสตร์ก็มีความรุนแรงแทรกอยู่ แต่บรรพบุรุษของเขาก็สามารถแก้ปัญญา ฝ่าวิกฤติมาได้ เราควรรู้เรื่องราวของเขาให้ละเอียด เพื่อจะได้เป็นบทเรียนแก่ประเทศของเรา

       จึงอยากให้พวกเราค้นคว้าสาระข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการประชาธิปไตยในอังกฤษ ตั้งแต่เริ่มแรก จนกระทั้งปัจจุบัน เลือกมา คนละ 1 ข้อมูล อย่าซ้ำกันนะคะ จอคอยอ่าน เสาร์ที่ 21 สค นี้ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

#105 By (202.29.7.204|202.29.7.204) on 2015-04-01 10:01

รีฐสภาจะออกกฏหมายใด หรือ ยกเลิกกฎหมายใดก็ได้ ทุกคนต้องให้ความสนใจ จะเพิกเฉยหรือละเลยไม่ได้ ซึ่งกษัติริย์ไม่มีสิทธิยกเลิกกฏหมายถ้าไม่ผ่านการเห็นชอบจากสภา

#104 By ธนกร แช่มเมืองปัก ม606 เลขที่48 (180.210.216.74) on 2010-08-23 07:50

มีการใช้คำพิพากษาของคดีที่เคยตัดสิน มาตัดสินคดีที่คล้ายกันใหม่ และยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน


ถิรเดช เจียรประภาส ม.606 เลขที่ 42

#103 By ถิรเดช เจียรประภาส ม.606 เลขที่ 42 (125.24.42.154) on 2010-08-22 19:41

กฎหมายรัฐธรรมนูญอังกฤษมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ คือเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร (Unwritten Constitution) ซึ่งหมายถึงหลักการปกครองต่างๆ ไม่ได้อยู่รวมกันเป็นรัฐธรรมนูญเฉพาะ แต่กระจายอยู่ตามกฎหมายต่างๆ และคำพิพากษาต่างๆ รวมทั้งธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาจนกลายเป็นจารีตประเพณี

#102 By นายอัครวี สุทธิโชติกุล ม.602 เลขที่ 21 (58.9.83.188) on 2010-08-21 20:46

กฎหมายรัฐธรรมนูญอังกฤษมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ คือเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร (Unwritten Constitution) ซึ่งหมายถึงหลักการปกครองต่างๆ ไม่ได้อยู่รวมกันเป็นรัฐธรรมนูญเฉพาะ แต่กระจายอยู่ตามกฎหมายต่างๆ และคำพิพากษาต่างๆ รวมทั้งธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาจนกลายเป็นจารีตประเพณี

#101 By นายอัครวี สุทธิโชติกุล ม.602 เลขที่ 21 (58.9.83.188) on 2010-08-21 20:46

อังกฤษเป็นแม่แบบของการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ในสมัยการสร้างรัฐชาติ ค.ศ.1215 ขุนนางบังคับให้กษัตริย์ คือ พระเจ้าจอห์นที่ 5 ทรงยอมรับ กฎบัตรแมกนาคาร์ดา ซึ่งถือเป็นการสละสิทธิ์ของพระมหากษัตริย์ที่อยู่เหนือกฎหมาย นำไปสู่การตั้งรัฐสภา

ซึ่งในศตวรรษที่ 18 สภาขุนนางยังมีอำนาจมากกว่าสภาสามัญ จึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติปฏิรูปรัฐสภา ( ค.ศ.1832-1867 ) มอบสิทธิการเลือกตั้งให้กับสามัญชนมากขึ้น

แต่ในระบอบประชาธิปไตยนั้นก็มีปราชญ์ที่ไม่เห็นด้วยเช่นกัน ขอยกตัวอย่างเช่น อริสโตเติล ซึ่งเขาได้แบ่งการปกครองออกเป็น 3 แบบ
1. คือปกครองโดยผู้นำเพียงคนเดี่ยว
2. การปกครองโดยคนกลุ่มน้อย
3.การปกครองโดยคนส่วนใหญ่

อริสโตเติลได้จัดแบ่งรูปแบบการปกครองออกเป็นรูปแบบที่ดีและเลวตามลำดับ และเขาได้พิจารณาว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่ไม่ดีเมื่อเทียบกับการปกครองโดยชนชั้นกลาง
เขาเชื่อว่ารากฐานของระบอบประชาธิปไตยนั้นมาจากเสรีภาพ ซึ่งมีเพียงการปกครองในรูปแบบดังกล่าวเท่านั้นที่พลเมืองสามารถแบ่งปันเสรีภาพร่วมกันได้ ซึ่งเขาก็ได้โต้แย้งว่านี่เป็นวัตถุประสงค์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยทิศทางหลักของเสรีภาพ ประกอบด้วย ภาวะผู้นำและภาวะผู้ตามที่ดี เนื่องจากทุกคนมีความเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการเหลื่อมล้ำทางฐานะ ความสามารถ ชาติกำเนิด และสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้

เพราะเหตุนี้จึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสงครามในการเปลี่ยนระบอบประชาธิปไตยในอังกฤษ ซึ่งใช้เวลาเป็น100ปี

ณัฐวัฒน์ วิฑิตวิริยกุล 606 เลขที่ 24

#100 By skywhite{FoLo} on 2010-08-21 08:19

ที่มาของกฎหมายรัฐธรรมนูญอังกฤษ

ถึงแม้ว่าอังกฤษจะไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ประมวลกฎหมายทั้งปวงไว้ด้วย กัน แต่กระจัดกระจายอยู่ในรูปแบบกฎหมาย จารีตประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัตินอกจากนี้รัฐธรรมนูญอังกฤษยังมีองค์ประกอบ จากที่มาหลายแหล่ง ซึ่งที่สำคัญๆ ได้แก่
1. กฎหมายที่บัญญัติขึ้น (Statute Law)
2. กฎหมายจารีต (Common Law)
3. ธรรมเนียมปฏิบัติ (Conventions Law)
4. ข้อเขียนที่เชื่อถือได้ (Work of Authority)
5. กฎหมายประชาคมยุโรป (European Community Law)

ภูมิพัฒน์ บุญยกิตานนท์ ม. 602 เลขที่ 25

คนที่ยังไม่โพสเอาหัวข้อย่อยๆมาต่อยอดได้เลยนะ ช่วยเหลือกันๆ^^

#99 By ภูมิพัฒน์ บุญยกิตานนท์ (125.24.28.52) on 2010-08-20 22:14

กฎหมายรัฐธรรมนูญอังกฤษมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ คือ อังกฤษเป็นประเทศเดียวที่ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร (Unwritten Constitution) ซึ่งหมายถึง หลักการปกครองต่างๆ ไม่ได้อยู่รวมกันเป็นรัฐธรรมนูญเฉพาะ แต่กระจายอยู่ตามกฎหมายต่างๆ และคำพิพากษาต่างๆ รวมทั้งธรรมเนียมปฏิบัติที่ สืบทอดกันมาจนกลายเป็นจารีตประเพณี ดังนั้น จึงมีความยืดหยุ่น สามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

#98 By ธนพล ลีลาสถาพรกิจ เลขที่ 22 ม.602 (125.24.27.241) on 2010-08-20 21:33

ฝ่ายตุลาการ

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง โดยคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี หรือ ประธานสภาขุนนาง

อำนาจของฝ่ายตุลาการในระบอบประชาธิปไตยแบบอังกฤษ มีน้อยกว่าอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร เนื่องจากศาลมีหน้าที่อย่างจำกัดในการตีความพระราชบัญญัติที่ รัฐสภาเป็นผู้ออกไม่มีอำนาจบ่งชี้ว่าพระราชบัญญัติฉบับใดมีลักษณะขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ทั้งนี้เป็นไปตามหลักการอำนาจอธิปไตยของรัฐสภา (Sovereignty of Parliament) ที่มีอำนาจสูงสุด

เป็นลักษณะสำคัญของประชาธิปไตยอังกฤษที่ไม่มีการแบ่งแยกอำนาจอย่างเด็ดขาดระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ และบริหาร กับ อำนาจตุลาการ

#97 By ปธานิน วีระประทีป ม.606 เลขที่ 25 (27.130.15.248) on 2010-08-20 21:21

สงครามอังกฤษ-เนเธอร์แลนด์ครั้งที่สอง (อังกฤษ: Second Anglo-Dutch War; 4 มีนาคม ค.ศ. 1665 — 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1667) เป็นสงครามระหว่างอังกฤษกับ สาธารณรัฐเนเธอร์แลนด์และราชอาณาจักรเดนมาร์ก-นอร์เวย์ อังกฤษพยายามที่จะลดอิทธิพลของเนเธอร์แลนด์ในทางการค้า หลังจากที่ได้รับความสำเร็จในระยะต้นของสงครามแต่สงครามมาจบลงด้วยชัยชนะของเนเธอร์แลนด์โดยการลงนามในสนธิสัญญาเบรดา (Treaty of Breda) ในปี ค.ศ. 1667 แต่อังกฤษและฝรั่งเศสไม่พอใจในข้อตกลงซึ่งทำให้เกิดสงครามครั้งต่อไป

ธีรยุทธ ไตรสรณะกุล ม.602 เลขที่ 28

#96 By ธีรยุทธ ไตรสรณะกุล (125.27.171.158) on 2010-08-20 11:05

ตัวอย่างของการแสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตยของคนอังกฤษ ที่จะเห็นกันอยู่เป็นประจำก็คือที่บริเวณสวนสาธารณะไฮปาร์ก จะมีสถานที่ที่เรียกว่า สปีกเกอร์คอนเนอร์ (Speaker Conner) ซึ่งในพื้นที่ตรงส่วนนี้ประชาชนทุกคนไม่ว่าชาติใดก็มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าความคิดเห็นจะเป็นในลักษณะใดก็ตามจะต่อต้านหรือสนับสนุนทุกคนสามารถไปพูดแสดงความคิดเห็นกันได้อย่างอิสระ

นาย วัชชา ศาศะวัตกุล ม.602 เลขที่ 33

#95 By นาย วัชชา ศาศะวัตกุล ม.602 เลขที่ 33 (58.9.112.133) on 2010-08-19 20:51

อังกฤษไม่มีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอะไรกำหนดตายตัวเรื่องการเลือกตั้ง แต่มีธรรมเนียมว่ารัฐสภาจะต้องเลือกตั้งกันอย่างน้อยทุก 5 ปี และคนที่จะสามารถทำการลงคะแนนเลือกตั้งได้ก็ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

พงศ์พิพัฒน์ ขาวฤกษ์ ม.606 เลขที่ 43

#94 By พงศ์พิพัฒน์ ขาวฤกษ์ (112.143.15.17) on 2010-08-18 23:09

สังคมอังกฤษสมัยกลางและเป็น feudalistic militaristic ลำดับชั้นทางสังคมตามที่ดินถือครอง, การป้องกันสังคมคล่องตัวขึ้น แต่เศรษฐกิจและเงินในการเปลี่ยนสถานะของแผ่นดินสูญเสียความแข็งแกร่งมากขึ้น

วัชระชัย ก้างตัน ม.606 เลขที่29
surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile

#93 By วัชระชัย ก้างตัน ม.606 เลขที่29 (125.24.47.180) on 2010-08-18 22:50

โห...โพสกันยาวมากคอมเมนต์นึง อย่าไปกันที่คนอื่นมากสิเดี่ยวเพื่อนเขาก็หาไม่ได้หรอกคับ ขอความกรุณาคนที่โพสข้อความใหม่ด้วยนะครับ ขอบคุณsad smile

#92 By Kami on 2010-08-18 22:19

รัฐสภาแรกที่ตั้งขึ้นในอังกฤษตั้งขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ในปี ค.ศ. 1265 ไซมอน เดอ มองท์ฟอร์ท เอิร์ลแห่งเลสเตอร์ที่ 6 ผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อพระเจ้าเฮนรีที่ 3 เรียกประชุมรัฐสภาของผู้สนับสนุนโดยมิได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าเฮนรีล่วงหน้า อัครบาทหลวง, บาทหลวง, หลวงพ่อ, เอิร์ล และบารอนต่างก็ถูกเรียกตัวมาประชุม และอัศวินสองคนจากแต่ละไชร์ (shire) และคหบดีสองคนจากแต่ละโบโรห์ (borough) ระบบการเลือกผู้แทนมาประชุมของมองท์ฟอร์ทเรียกกันว่า ระบบรัฐสภา ค.ศ. 1295 (Model Parliament) และเป็นที่ยอมรับโดยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1
นาย ณฤทธิ์ รัสมีเจริญ ม.602 เลขที่ 16

#91 By (61.90.87.18) on 2010-08-18 21:48

อาจารย์ครับคือว่าวันพุธผมส่งไปแล้วได้เลขที่43 แต่พอมาดูวันพฤหัสบดี ปรากฏว่าหายผมจึงมาทำใหม่ครับ

พระราชบัญญัติสิทธิ พ.ศ. 2232 หรือ พระราชบัญญัติสิทธิ ค.ศ. 1689 ( Bill of Rights 1689) หรือที่มีชื่อเต็มว่า “พระราชบัญญัติประกาศสิทธิและเสรีภาพของพสกนิกรและการตกลงในกิจการที่เกี่ยวกับการสืบราชสันตติวงศ์” เป็นพระราชบัญญัติที่รัฐสภาแห่งอังกฤษประกาศใช้ในปี ค.ศ. 1689 ซึ่งถือกันว่าเป็นกฎหมายหนึ่งที่เป็นรากฐานของกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศอังกฤษที่นอกเหนือไปจากมหากฎบัตร, พระราชบัญญัติการสืบสันตติวงศ์ ค.ศ. 1701 และ กฎหมายอื่น ๆ ที่ประกาศใช้มาโดยรัฐสภาแห่งอังกฤษ

นายจิรวัฒน์ ดีหมื่นไวย์ ม.602 เลขที่ 5

#90 By นายจิรวัฒน์ ดีหมื่นไวย์ ม.602 เลขที่ 5 (58.9.95.9) on 2010-08-18 21:17

เกิดพระราชบัญญัติสิทธิ พ.ศ. 2232 หรือ พระราชบัญญัติสิทธิ ค.ศ. 1689 (Bill of Rights 1689)หรือที่มีชื่อเต็มว่า “พระราชบัญญัติประกาศสิทธิและเสรีภาพของพสกนิกรและการตกลงในกิจการที่เกี่ยวกับการสืบราชสันตติวงศ์” เป็นพระราชบัญญัติที่รัฐสภาแห่งอังกฤษประกาศใช้ในปี ค.ศ. 1689 ซึ่งถือกันว่าเป็นกฎหมายหนึ่งที่เป็นรากฐานของกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศอังกฤษที่นอกเหนือไปจากมหากฎบัตร, พระราชบัญญัติการสืบสันตติวงศ์ ค.ศ. 1701 และ กฎหมายอื่น ๆ ที่ประกาศใช้มาโดยรัฐสภาแห่งอังกฤษ

อาจารย์ครับคือผมส่งไปแล้วเมื่อวันอังคารตอนทุ่มกว่าๆเลขที่ 43แต่พอมาดูวันพฤหัสบดีปรากฏว่ามันหายไปครับผมจึงทำใหม่ครับ

นายจิรวัฒน์ ดีหมื่นไวย์ ม.602 เลขที่ 5


#89 By นายจิรวัฒน์ ดีหมื่นไวย์ ม.602 เลขที่ 5 (58.9.95.9) on 2010-08-18 21:11

ต่อ

ยุโรป และรัฐสภาอังกฤษไม่สามารถทำการนิติบัญญัติในเรื่องบางเรื่อง และเรื่องที่ทำได้ก็ต้องทำในกรอบที่สหภาพยุโรปวางไว้ แต่อย่างไรก็ตามศาลยุโรปไม่มีสิทธิพิจารณาให้กฎหมายอังกฤษเป็นโมฆะได้อีกทั้งรัฐสภาของอังกฤษสามารถถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปได้ กล่าวโดยสรุปคือ การที่อังกฤษเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปทำให้อังกฤษได้สละอำนาจอธิปไตยบางส่วนไปนั่นเอง
เช่น สภาขุนนาง มีความเห็นว่า พระราชบัญญัติการค้าทางเรือ ปี ค.ศ. 1988 นั้น ผิดกฎหมาย เนื่องจากมีความขัดแย้งกับกฎหมายสหภาพยุโรป


มารวย โบว์สุวรรณ ม.606 เลขที่ 36

#88 By มารวย โบว์สุวรรณ ม.606 เลขที่ 36 (113.53.182.95) on 2010-08-18 17:22

ต่อ อังกฤษจึงยอมรับในความเหนือกว่าของกฎหมาย และระเบียบ สนธิสัญญา ข้อผูกพันต่างๆ และการตัดสินใจร่วมกันของสหภาพยุโรปซึ่งเท่ากับว่ากฎหมายสหภาพยุโรปที่มีผลบังคับใช้ โดยตรงต่อประเทศสมาชิก มีผลผูกมัดโดยทั่วไปในอังกฤษ ความเป็นอิสระของอังกฤษใน การดำเนินโยบายหลายอย่างถูกจำกัดโดยการเป็นสมาชิกสหภาพ

#87 By มารวย โบว์สุวรรณ ม.606 เลขที่ 36 (113.53.182.95) on 2010-08-18 17:21

เนื่องจากอังกฤษร่วมอยู่ในสหภาพยุโรป (European Union) ตามพระราชบัญญัติประชาคมยุโรป ปี ค.ศ. 1972

#86 By มารวย โบว์สุวรรณ ม.606 เลขที่ 36 (113.53.182.95) on 2010-08-18 17:20

เม้นไม่ติดอะครับ

#85 By (113.53.182.95) on 2010-08-18 17:19

..

#84 By . (113.53.182.95) on 2010-08-18 17:12

จาก คห. 82
พิมพ์ผิด "เป้าหลาย >> เป้าหมาย" ครับ
(ได้คะแนนไปแล้ว แต่ประสงค์แสดงความคิดเห็นด้วยครับ)
หฤษฎ์ วงษ์ดารา ม.602 เลขที่ 18

#83 By หฤษฎ์ วงษ์ดารา (58.9.95.142) on 2010-08-18 01:38

ในสมัยราวๆศตวรรษที่ 17-18
- เริ่มมีการปลุกกระแสของประชาธิปไตยในหลายๆประเทศ โดยพวกนี้ปลุกกระแสให้กษัตริย์มีอำนาจขึ้นมาบ้าง ซึ่งเป็นการครองระบอบเก่า แต่เริ่มมีประชาธิปไตยเข้าแทรกแทรง
- แต่ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตยเสียเองเลย
- ซึ่งในประเทศอังกฤษก็มีนัก "ปลุกกระแส" ประชาธิปไตย 2 คนคือ Thomas Hobbe และ John Locke
- ทั้งคู่ได้ให้ความหมายกับ ทฤษฎีสัญญาประชาคม ซึ่งอธิบายว่าทำไมมนุษย์ต้องอยู่รวมกันเป็นรัฐ

โดยที่
Thomas Hobbe ได้อธิบายคร่าวๆว่า กษัตริย์นั้นต้องมาจากประชาชน
ในขณะที่
John Locke กล่าวถึงสิทธิเสรีภาพ และรัฐบาลที่ดีต้องมาจากประชาชน
- ซึ่งการกล่าวถึง "สัญญาประชาคม" ของ John Locke ได้ตรงกับแนวคิด "พรบ.ว่าด้วยสิทธิ(Bill of Right)" ซึ่งเป็นกฎหมายที่ย้ำถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นครั้งแรก

*ความเห็นส่วนตัว ; กฎบัตรแมกนาคาร์ตา ซึ่งบอกว่า้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของโลก เพราะกล่าวถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่แท้จริงแล้วเป็นค่าติ่ง(ส่วนเล็กๆ)ในกฎบัตรนี้เท่านั้น แท้จริงแล้วเป้าหลายหลักในการเกิดแมกนาคาร์ตา เกิดจากการเสียผลประโยชน์ของขุนนางจากกษัตริย์ จึงทำให้เกิดการจำกัดอำนาจกษัตริย์ โดยขุนนาง ส่งผลให้เกิด "ปฏิวัิติอันรุ่งโรจน์ (Glorious Revolution)" ในเวลาต่อมา

นายหฤษฎ์ วงษ์ดารา ม.602 เลขที่ 18

#82 By นาย หฤษฎ์ วงษ์ดารา ม.602 เลขที่ 18 (58.9.95.142) on 2010-08-18 01:36

ู^^ อ่านความเห็นนี้ครับ

สาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของพลเมือง (Bill of Rights) ในค.ศ.1689 เพื่อให้รัฐสภามีอำนาจแท้จริง คือ สมาชิกรัฐสภาต้องได้รับการเลือกโดยเสรี และให้มีเสรีภาพในการอภิปราย รวมทั้งพลเมืองมีสิทธิที่จะเสนอคำร้องทุกข์ต่อผู้ปกครอง โดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ

และสาระสำคัญของพระราชบัญญัตินี้ยังริดรอนพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ด้วยคือ กษัตริย์ไม่มีสิทธิที่จะยับยั้งกฎหมายเก็บภาษีอากร หรือมีกองทัพโดยไม่ได้รับการยินยอมจากรัฐสภา

นายปิยวัฒน์ เลิศวิทยากำจร ม.602 เลขที่ 8

#81 By นายปิยวัฒน์ เลิศวิทยากำจร ม.602 เลขที่ 8 (58.9.16.188) on 2010-08-18 00:22

ระบบการปกครองของอังกฤษ ถือได้ว่าเป็นแม่แบบของ
การปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ในพระราชวงศ์ำดำรงค์ตน
เป็นกษัตริย์อยู่ภายใ้ต้กฎหมายสิทิบัญญัติ และกฎหมาย
ทั่วไปของประเทศอังกฤษ ทั้งนี้ เนืื่องมาจากได้รับอิททิพล มาจากการปกครองของกรีก ประเทศในฝั่งอังกฤษ
ซึ่งรวมอยู่ด้วยกันในเกาะบริเตน เช่นสวิสเซอร์แลนด์
ก็ย่อมได้รับระบบการปกครองที่คล้ายๆกันไปด้วย ดังนั้น
การปกครองของประเทศแถบนั้นจึงไ่ม่มีความต่างกันสัก
เท่าไหร่ อีกทั้งวัฒนทรรมของทั้งทวีปยุโรปก็ถือได้ว่าใกล้
เคียงกันมาก ทำให้ไม่ค่อยมีการเกิดเหตุการขัดแย้งทาง
ความคิดแบบในเอเชีย ทั้งนี้ ระบบประชาทิปไตยของ
อังกฤษมีความเข้มแข็งตลอดมา ประกอบกับการใช้
ระบอบนี้มานานทำให้เป็นระบอบที่เหมาะสมกับประเทศ
คณะปกครองจากอังกฤษยังได้เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้นำใน
หลายประเทศของเอเชีย เมื่อครั้งเกิดวิกฤตการโดมิโนอีกด้วยครับ

ก่อกฤษฎิ์ ด่านประดิษฐ์ ม.602 เลขที่ 3

#79 By ก่อกฤษฎิ์ ด่านประดิษฐ์ ม.602 เลขที่ 3 (125.24.1.17) on 2010-08-18 00:04

จากการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์พบว่าประเทศอังกฤษหรือสหราชอาณาจักร มีพัฒนาการของประชาธิปไตยเริ่มตั้งแต่ในปี ค.ศ. 1688 ซึ่งช่วงนั้นเรียกว่าการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ (The Glorious Revolution)โดยรูปแบบระบอบประชาธิปไตยของอังกฤษนั้น จะมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันก็คือ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 นั่นเอง

วัชรพล ไตรสุรัตน์ ม.602 เลขที่14

#77 By (111.84.125.176) on 2010-08-17 23:58

ขอแก้ #74 อีกนิดครับ

ไม่ใช่ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจบริหาร

#75 By ExocisZ (125.27.216.21) on 2010-08-17 23:36

ลืมชื่ออีกแระ

เรื่องของบ้านเลขที่ 10 ซึ่งถูกใช้เป็นทำเนียบรัฐบาล ผมคิดว่าเป็นส้วนสำคัญในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย เพราะทำเนียบรัฐบาลนั้นเป้นสถานที่ทำงานของอำนาจบริหาร ซึ่งเป็น 1 ใน 3 อำนาจสูงสุดในการบรหารประเทศ(อำนาจอธิปไตย) ตามหลักรัฐธรรมนูญ

ปิยะ ศรีชนกเจริญรุ่ง ม.602 เลขที่ 24

#74 By (125.27.216.21) on 2010-08-17 23:33

คือที่ฟังจากอาจารย์พูด
เข้าใจว่าให้คนละประโยค แต่เท่าที่ดูเขาทำผ่านๆมานั้น คนละเรื่องเลย
ผมจึงขอทำเป้นเรื่องบ้างเหมือนกันนะครับ

บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง (10 Downing Street) ในลอนดอน หรือที่รู้จักกันทั่วไปในสหราชอาณาจักรว่า บ้านเลขที่ 10 เป็นที่พำนักและสำนักงานอย่างเป็นทางการของลอร์ดที่หนึ่งแห่งราชสมบัติแห่งสหราชอาณาจักร (First Lord of the Treasury) ตั้งอยู่บนถนนดาวนิงในนครเวสต์มินสเตอร์ และยังเป็นสำนักงานใหญ่ของรัฐบาลในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังเป็นที่พำนักของนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ผู้ซึ่งปัจจุบันได้ถือว่าดำรงตำแหน่งลอร์ดที่หนึ่งแห่งราชสมบัติไปด้วย
ซึ่งนายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษคนปัจจุบันที่พักอยุ่ในบ้านเลขที่ 10 นี้คือ นายเดวิด คาเมรอน หัวหน้าพรรคอนุกรักษ์นิยม (คอนเซอร์เวทิฟ) ซึ่งปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีแห่งนี้ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมานี้

#73 By ExocisZ (125.27.216.21) on 2010-08-17 23:30

พระเจ้าวิลเลียมทรงนำระบอบศักดินาสวามิภักดิ์ (Feudalism) มาสู่อังกฤษทรงกีดกันขุนนางแองโกล-แซกซอนเดิมและให้ขุนนางนอร์มันมาปกครองอังกฤษ พระเจ้าวิลเลียมทรงเป็นดยุคแห่งนอร์มังดีด้วย ในทางทฤษฎีจึงทรงเป็นขุนนางฝรั่งเศสคนหนึ่ง แต่ก็ทรงเป็นกษัตริย์อังกฤษด้วย ทรงให้มีการสำรวจที่ดินและสำมะโนประชากรไว้ในหนังสือบันทึกทะเบียนราษฎรดูมสเดย์(Domesday Book) ในค.ศ. 1086 เพื่อสะดวกแก่การเก็บภาษีและเกณฑ์แรงงาน ทรงให้มีการสร้างปราสาทต่างๆ มากมายทั่วอังกฤษ อันเป็นสัญลักษณ์ของระบอบศักดินา แต่ระบอบศักดินาไม่ได้ทำให้อังกฤษแตกเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อยเหมือนฝรั่งเศส
เพราะพระเจ้าวิลเลียมทรงมีอำนาจควบคุมขุนนางอังกฤษได้มากกว่าที่กษัตริย์ ฝรั่งเศษควบคุมพระองค์ซึ่งเป็น
ขุนนางฝรั่งเศส
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีการแตกแยก เป็นกลุ่มเล็กๆ ย่อยๆ
มากมาย เพราะทุกอย่างอยู่ใน ระบบศักดินา

#72 By ธนวัฒน์ ลีลาธีระกุล 606/8(ใหม่) (61.90.112.8) on 2010-08-17 23:28

ในอังกฤษ พระมหากษัตริย์จะมีพระราชอำนาจ 3 ประการ คือ พระราชอำนาจที่จะทรงรับการปรึกษาหารือจากรัฐบาล (The right to be consulted) พระราชอำนาจที่จะทรงสนับสนุนรัฐบาล (The right to encourage) และพระราชอำนาจที่จะทรงตักเตือน (The right to warn) อย่างไรก็ตาม แม้จะทรงใช้พระราชอำนาจดังกล่าวข้างต้นแล้ว รัฐบาลจะรับไปปฏิบัติหรือไม่ ก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลเอง พระมหากษัตริย์มีต้องทรงรับผิดชอบใดๆ เหตุนี้ พระมหากษัตริย์จึงแตกต่างจากประธานาธิบดีซึ่งเป็นนักการเมืองจากการเลือกตั้ง ที่อยู่ในการเมืองและต้องรับผิดชอบทางการเมือง
วโรดม เทพเลิศบุญ ห้อง 602 เลขที่ 23

#71 By วโรดม เทพเลิศบุญ ห้อง 602 เลขที่ 23 (58.64.89.216) on 2010-08-17 23:27

Dicey นักกฎหมายของอังกฤษได้กล่าวถึงหลักการอำนาจสูงสุด หรืออธิปไตยของรัฐสภาอังกฤษ ไว้ว่า “รัฐสภามีสิทธิที่จะออกกฎหมาย หรือยกเลิกกฎหมายใดๆ ก็ได้ ไม่มีผู้ใดในอังกฤษที่จะมีสิทธิเพิกเฉย หรือละเมิดต่อกฎหมายรัฐสภา”

และได้นำเสนอในหนังสือ “Law of the Constitution” โดยมิได้ให้นิยามความหมายของหลักนิติธรรมไว้โดยตรง แต่เขาบอกว่าหลักนิติธรรมนั้นแสดงออกโดยนัย 3 ประการ

นายปวีณ รัตนสุภา ม.606 เลขที่ 17

#70 By iDolF@t3_osk129 ver 2.0 on 2010-08-17 23:25

Habeas Corpus Act 1679
เป็นพระราชบัญญัติของรัฐสภาของอังกฤษ ที่เกิดขึ้นในสมัยของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลที่2 เป็นที่รู้จักกันว่า รัฐสภา Habeas Corpus เพื่อกำหนดความหมายอภิสิทธิ์โบราณ ในยุค Habeas Corpus ที่คนทำผิดกฎหมายได้รับ ความคุ้มครอง ไม่สามารถถูกสั่งดำเนินคดีโดยศาล พระราชบัญญัติมักจะให้คำอธิบายที่มาของอำนาจ Habeas Corpus อย่างผิด ๆ ซึ่งเกิดขึ้นในอังกฤษไม่น้อยกว่าสามศตวรรษ พระราชบัญญัติ ค.ศ. 1640 ตามด้วยพระราชบัญญัติ ค.ศ. 1679 ซึ่งกำหนดว่าคำสั่งของกษัตริย์หรือองคมนตรีไม่อาจโต้แย้ง ถวายฎีกาได้ ยิ่งไปกว่านั้นพระราชบัญญัติ Habeas Corpus ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาอังกฤษในปี 1803, 1804, 1816 และ 1862 แต่พระราชบัญญัติในปี 1679 กลายเป็นพระราชบัญญัติที่สำคัญที่สุดที่ถูกจดจำในประวัติศาสตร์แห่งรัฐธรรมนูญอังกฤษ แม้ว่าจะมีการแก้ไข มันก็ยังมีปรากฏอยู่ในหนังสือพระราชบัญญัติจนถึงวันนี้

ปล.แปลมานะครับ ไม่สามารถหาขอมูลเป็นภาษาไทยได้

อภิวัฒน์ พงศ์วิสุทธิรัชต์ ม.602 เลขที่ 7

#69 By อภิวัฒน์ พงศ์วิสุทธิรัชต์ ม.602 เลขที่ 7 (125.24.1.17) on 2010-08-17 23:19

บทบาทหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ในอังกฤษ

คือ พระมหากษัตริย์จะทรงปกเกล้าแต่ไม่ทรงปกครอง (The King reigns but not rule) กล่าวคือ พระมหากษัตริย์จะทรงเป็นประมุขปกเกล้าฯ เหล่าประชา แต่จะไม่ทรงมีพระราชดำริใดๆ ในทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งเป็นเรื่องการปกครอง

เริ่มตั้งแต่ ค.ศ.๑๘๓๒

นาย วรณช สุสิกขโกศล เลขที่6 ห้อง 606

#68 By นาย วรณช สุสิกขโกศล เลขที่6 ห้อง 606 (118.174.174.155) on 2010-08-17 23:07

#55 ลืมใส่ชื่อไปครับ

นายพีรพัฒน์ 606 เลขที่ 18

#67 By (118.174.174.155) on 2010-08-17 22:57

รัฐสภาอังกฤษบังคับชาวอาณานิคมขายสินค้ากับอังกฤษเท่านั้น ห้ามผลิตสินค้าแข่งกับอังกฤษ เมื่อรัฐบาลอังกฤษผูกขาดสินค้าใบชา ทำให้ชาวอาณานิคมทั้ง 13 รัฐประกาศอิสระภาพในวันที่ 4กรกฎาคม ค.ศ.1776 ทำไห้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการเกิดการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยการปกครองกันอย่างอิสระในประเทศที่เป็นอาณานิคม และส่งผลต่อการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศอังกฤษเองในเวลาต่อมา

ธนากรณ์ โกวะประดิษฐ์ ม.606 เลขที่46

#66 By ธนากรณ์ โกวะประดิษฐ์ ม.606 เลขที่46 (58.9.115.124) on 2010-08-17 22:27

การปกครองโดยรัฐธรรมนูญเชื่อมโยงกับทฤษฎีเสรีนิยมที่มีแนวคิดที่จะหลีกเลี่ยงการกระจุกตัวของอำนาจอย่างยิ่ง

บพิตร์ เตชะวัฒนานันท์ ม.606 เลขที่3

#65 By Kami on 2010-08-17 21:58

สหราชอาณาจักรใช้ระบอบการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจบริหารผ่านคณะรัฐมนตรีซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล คณะรัฐมนตรีนั้นเลือกจากรัฐสภาและมีหน้าที่รับผิดชอบต่อรัฐสภาเช่นเดียวกัน รัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักรเป็นระบบสภาคู่ แบ่งเป็น 2 สภา คือ เฮาส์ออฟลอร์ดส เป็นสภาสูงที่มาจากการแต่งตั้ง และเฮาส์ออฟคอมมอนส์ เป็นสภาล่างที่มาจากการเลือกตั้ง โดยหลักการแล้วผู้นำของรัฐสภาคือพระมหากษัตริย์ สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ขนบธรรมเนียมประเพณี และกฎหมายรัฐธรรมนูญแยกกันไป พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันคือ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ นายเดวิด คาเมรอน ในส่วนของมกุฏราชกุมารที่จะครองราชย์สมบัติเป็นคนต่อไปจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ก่อน จึงจะมีความชอบธรรมในการเป็นมกุฏราชกุมารแห่งสหราชอาณาจักร เจ้าชายแห่งเวลส์ในปัจจุบันคือเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ซึ่งมิได้อาศัยอยู่ที่เวลส์แต่อย่างใด หากแต่อาศัยอยู่ที่สวน High Grove ใน Tetbury ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ

#64 By ณรงค์ชัย เสรีธรรมานุวัฒน์ เลขที่ 27 ม.606 (115.87.182.54) on 2010-08-17 21:44

หลักการปกครองระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของอังกฤษนี้จึงเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขยึดถือเป็นแบบอย่างมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรของตน อาทิ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ สเปน ญี่ปุ่น และไทย เป็นต้น

อธิชัย กนกกังวาน ม.606 เลขที่2

#62 By อธิชัย กนกกังวาน (125.24.61.195) on 2010-08-17 21:30

ปัจจัยสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยในอังกฤษ คือการที่เจ้าของที่ดินรายใหญ่(Gentry)และขุนนางเป็นอิสระจากพระราชา และการที่กลุ่มนี้เริ่มกำการเกษตรให้เป็นการค้า การที่มีชนชั้นพ่อค้าและเจ้าของโรงงานเกิดขึ้นในเวลาต่อมา และได้เกิดมีความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจระหว่างชนชั้นเดิมและชนชั้นใหม่ของสังคม และมีอิธิพลในสังคมต่อมา


ไผ่ ช่วยชู ม.606 เลขที่ 45(ใหม่)

#59 By ไผ่ ช่วยชู ม.606 เลขที่ 45(ใหม่) (180.180.137.0) on 2010-08-17 21:26

ในอังกฤษ ปัจจุบัน การแยกอำนาจในแง่ของการใช้ตัวบุคคลต่างกันมีอยู่ในกรณี ของฝ่ายตุลาการ แต่กระนั้นก็ไม่ถึงกับเด็ดขาด แต่ในแง่ของการทำหน้าที่โดยอิสระมีมากกว่าที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีต่อกัน แต่ก็ไม่เด็ดขาดอีกเช่นกัน อำนาจในการตรวจสอบและถ่วงดุลของฝ่ายตุลาการไม่มีต่อฝ่ายนิติบัญญัติเพราะศาลไม่มีอำนาจพิจารณาว่าพระราชบัญญัติขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ (judicial review) แต่สามารถตรวจสอบได้ว่าฝ่ายบริหารได้ใช้อำนาจเกินกว่าที่พระราชบัญญัติให้ไว้หรือไม่ ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารนั้นมีความซ้อนทับกันมากในด้านตัวบุคคล โดยรัฐมนตรีมาจากรัฐสภา ซึ่งส่วนหนึ่งคือ สภาสามัญชนที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน และรัฐมนตรียังคงเป็นสมาชิกสภานี้ แม้ว่าจะได้รับแต่ตั้งเป็นรัฐมนตรีแล้วก็ตาม การมีความซ้อนทับกันสะท้อนให้เห็นถึง การที่ถือว่าอำนาจอธิปไตยของรัฐสภาเป็นหลักการที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งนั่นเอง แต่พึงสังเกตว่าแม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมากในสภาสามัญชนเพียงใดก็ตาม แต่ทว่า ก็ยังมีสภาขุนนางเป็นองค์กรคอยตรวจสอบและถ่วงดุลอยู่บ้างตามสมควร

#58 By ณชนก ไวยโภคี เลขที่ 30 ม.606 (115.87.182.54) on 2010-08-17 21:24

อังกฤษมีกษัตริย์ปกครองอีกครั้ง ความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับสภายิ่งรุนแรงขึ้นภายหลังการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ ( ค.ศ.1688) สมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 2
แห่งราชวงศ์สจ๊วต นับเป็นชัยชนะเด็ดขาดของรัฐสภา ผลงานการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ ถือเป็นการสิ้นสุดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ รัฐสภามีอำนาจสูงสุดอุดม
คติแห่งการปฏวัติของอังกฤษเป็นตัวอย่างและเป็นปฏิบัติการที่เป็นจริงของการเมืองตะวันตกในเวลานั้นๆ ( ค.ศ.1698)

นายศิวะพล จุนชนะเวชานันท์ ม.606 เลขที่ 20

#57 By ศิวะพล จุนชนะเวชานันท์ ม.606 เลขที่ 20 (58.9.170.232) on 2010-08-17 21:18

ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษมีนายกรัฐมนตรีมาแล้วทั้งสิ้น 13 คน คนปัจจุบัน ชื่อ นายโทนี่ แบลร์ จากพรรคแรงงาน (Labour Party) และจากประวัติศาสตร์การเลือกตั้งที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีจะสลับหมุนเวียนกันระหว่างพรรคอนุรักษ์นิยมกับพรรคแรงงานสำหรับ คณะรัฐมนตรี (Cabinet) มีวิวัฒนาการมาจากคณะองคมนตรีในสมัยโบราณ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ และในศตวรรษที่ 18 ได้ค่อยๆ เป็นอิสระจากสถาบันกษัตริย์ จนเชื่อมโยงใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง (Departmental Ministers) ที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานของกระทรวงต่างๆประมาณ 22 คน รวมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ (Ministers of State) อีก รวมเป็นคณะรัฐบาลกว่า 100 คน ซึ่งตามกฎหมายไม่มีการกำหนดเรื่องจำนวนรัฐมนตรี โดยจะอยู่ในตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี
ด้วยความที่คณะรัฐมนตรีต้องได้รับความสนับสนุนจากสมาชิกสภาสามัญชนเสียงข้างมากดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงไม่ได้เป็นอิสระจากสภาสามัญชน แต่ต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อสภาสามัญชน และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งเป็นไปตามหลักการที่ไม่มีการแบ่งแยกอำนาจเด็ดขาดระหว่างกันนั่นเอง

หน้าที่หลักของคณะรัฐมนตรี สามารถสรุปได้กว้างๆ คือ การร่างกฎหมาย ตัดสินนโยบาย และเสนอต่อรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ นอกจากนั้น คณะรัฐมนตรียังรับผิดชอบในการควบคุม และประสานงานกระทรวงสำคัญๆ ของประเทศ มอบหมายให้กระทรวง ทบวง กรมรับนโยบายไปปฏิบัติ อีกทั้งคณะรัฐมนตรี อาจเสนอให้ยุบสภาสามัญชนเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้อีกด้วย

ดังนั้น โดยสรุป ฝ่ายบริหาร โดยการนำของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี จึงเป็นกลไกสำคัญในการบริหารประเทศ โดยเชื่อมโยงกับฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะสมาชิกสภาสามัญชนจะได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ทำให้ฝ่ายบริหารจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาสามัญชน และจะต้องรับผิดชอบต่อสภา และประชาชน

#56 By พงศกร แซ่เจ็ง เลขที่ 41 ม.606 (115.87.182.54) on 2010-08-17 21:18

ข้อเขียนที่เชื่อถือได้

The English Constitution 1867 ผลงานของ Walter Bagehot ผลงานนี้เป็นที่ยอมรับในแวดวงการเมือง กฎหมาย และวิชาการ ซึ่งได้กลายมาเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาตีความกฎหมายต่างๆ

#55 By (118.174.177.69) on 2010-08-17 21:04

นายรวยเลิศ หิรัญประดิษฐ์ ม602 เลขที่1

#54 By รวยเลิศ หิรัญประดิษฐ์ ม602 เลขที่ 1 (125.24.63.103) on 2010-08-17 20:42

อำนาจอธิปไตยของรัฐสภา
อำนาจอธิปไตยโดยรัฐสภาเป็นลักษณะสำคัญของรัฐธรรมนูญอังกฤษ ในการใช้อำนาบัญญัติกฎหมาย ผู้ใช้อำนาจนี้ได้แก่ พระมหากษัตริย์ สภาขุนนาง และสภาสามัญพระราชบัญญัติของรัฐสภาถือเป็นกฎหมายสูงสุดไม่มีกฎหมายใดมีอำนาจเหนือกว่าศาลไม่สามารถพิพากษาว่าเป็นโมฆะ ทำได้เพียงการตีความกฎหมายเท่านั้น แต่ในหากเป็นทางปฏิบัติรัฐสภาสามารถถูกตรวจสอบในรูปแบบของการยับยั้งความต้องการในการต่อรองของกลุ่มอิทธิพลที่มีอำนาจและสมาชิกรัฐสภาได้

#53 By นาย รวยเลิศ หิรัญประดิษฐ์ ม.602 เลขที่ 1 (125.24.63.103) on 2010-08-17 20:41

^ ^ ^ ^
ลืมบอกเลขที่ครับ
นายจามร ศรีวสันต์ศักดิ์ ม.602 เลขที่ 17

#52 By จามร ศรีวสันต์ศักดิ์ (124.120.253.181) on 2010-08-17 20:37

สรุปทั้งหมด (ไม่ได้ก็อปแน่นอนครับ)
พระเจ้าวิลเลียมทรงนำระบอบ Feudalism มาสู่อังกฤษ แต่ ในที่สุด พระเจ้าจอห์น พระอนุชาของริชาร์ดใจสิงห์ (พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 ผู้ที่ใช้เวลาชีวิตของเขาในการทำสงครามครูเสด) ได้ก่อนเรื่อง ขุนนางเห็นท่าไม่ดี จึงร่วมกันบีบบังคับให้พระองค์ทรงพระปรมาภิไธยใน Magna Carta จำกัดพระราชอำนาจ ทำให้อังกฤษเป็นระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญเป็นประเทศแรกเป็นต้นมา
ต่อมา กษัตริย์ ทั้งหลายก็ทำสงคราม บ่อยครั้ง และ การกบฏ ที่จำนวนมากไม่แพ้กัน โดย
สงครามบารอน1 (ก็เกิดจาก พระเจ้าจอห์นอีกแหละ)
สงครามบารอน2 (เกิดจาก พระเจ้าเฮนรีที่สาม)
(สงครามบารอนทั้งสองครั้ง ล้วนนำมาสู่ประชาธิปไตย)
แต่แล้วก็เริ่มมาเพี้ยนที่ พระเจ้าเจมส์ เพราะ ทรงเชื่อในเทวสิทธิ์ของพระมหากษัตริย์ (Divine Rights of Kings) กล่าวว่า "กษัตริย์นั้นเป็นดั่งพระเจ้า ทรงถูกเสมอและไม่เป็นที่สงสัย" (เปรียบได้กับ ระบอบสมมติเทพ ในบ้านเรา)
พระเจ้าชาร์ลส์ (พระโอรส พระเจ้าเจมส์(ข้างบน))ทรงตั้งองค์การเรียกร้องสิทธิ (ไม่เข้าใจความหมาย) เพื่อรีดทรัพย์สินจากประชาชนมาใช้ ทรงไม่เรียกประชุมรัฐสภาอีกเลย แต่พระองค์ทรงผิดพลาด!! ทรงพยายามจะบังคับสกอตแลนด์ให้มานิกายคาทอลิก เป็นที่แน่นอนว่า ชาวสก็อตก็ขึ้นมาต่อต้าน
ทรงจึงเรียกประชุมรัฐสภาอีกครั้งไปปราบสกอตแลนด์ แต่รัฐสภาก็ตำหนิพระองค์ในฐานะที่ใช้ชีวิตได้เหลวไหล ผลของการตำหนิ คือ รัฐสภาถูกยุบ แต่ เนื่องจากถูกยุบไป พระองค์ก็ไม่มีเงินไปต้านสกอตต์ สุดท้ายก็จึงตั้ง สภาขึ้นมาอีกครั้ง แน่นอน ว่าสภาเล่นพระองค์ ยับ โดยออกกฎหมายจำกัดพระราชอำนาจ
หลังจากนี้จะมีเหตุการณ์ ที่ ประชาชนเรืองอำนาจ สลับ กับ กษัตริย์ เรืองอำนาจ จนมาสิ้นสุดใน การปฎิวัติอันรุ่งโรจน์ อันเป็นจุดสิ้นสุด ของ ระบอบกษัตริย์
(เหตุการณ์ของผมที่ต่างจาก เพื่อนคนอื่นที่ส่งมา คือช่วงพระเจ้าชาร์ล ครับ)

#51 By จามร ศรีวสันต์ศักดิ์ (124.120.253.181) on 2010-08-17 20:36

พ.ศ. 2250 (ค.ศ. 1707) หรือ เมื่อ 303 ปีที่แล้วเป็นปีที่มีการก่อตั้งรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักร(Parliament of the United Kingdom) ซึ่งเกิดโดยการรวมรัฐสภาแห่งอังกฤษและรัฐสภาแห่งสกอตแลนด์เข้าด้วยกัน

นายวิทวัส พรพาณิชเจริญ ม.602 เลขที่27

#50 By นายวิทวัส พรพาณิชเจริญ ม.602 เลขที่27 (58.9.86.151) on 2010-08-17 20:35