โบราณสถานสมัยสมัยอยุธยา

โบราณสถานสมัยอยุธยามีเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เป็นเมืองโบราณ ศาสนสถาน และศิลปวัตถุต่างๆที่เป็นเอกลักษณ์เป็นของตนเอง โบราณสถานเป็นหลังฐานแห่งอารยธรรมที่เป็นปึกแผ่น ยาวนานกว่า 400 ปี แม้ว่าราชธานีแห่งนี้จะสิ้นสุดลงใน พ.ศ. 2310 ผู้นำประเทศในยุคหลังก็ได้พยายามรื้อฟื้นอยุธยาขึ้นมาใหม่ เช่น รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่4 ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นใหม่ในวังจันทรเกษม เพื่อเป็นที่ประทับเวลาแปรพระราชฐานเสด็จประพาสกรุงเก่า อนึ่ง รัชกาลที่5 ก็ทรงดำเนินตามรอยสมเด็จพระราชบิดา โปรดเกล้าฯ ให้เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาเป็นที่ตั้งศาลาว่าการมณฑลกรุงเก่าและทรงทีรับสั่งให้ขุดแต่งบริเวณราชวังขึ้นเป็นครั้งแรก ขณะเดียวกันก็มีการห้ามมิให้ผู้ใดถือสิทธิครอบครองภายในกำแพงเมืองโดยเด็ดขาด รวมถึงบรรดาที่วัดร้างต่างๆ รอบเกาะเมืองด้วย ภายหลัง พ.ศ. 2475 แล้วนโยบายของรัฐบาลได้สนับสนุนให้ราษฎรเข้าไปตั้งบ้านเรือนด้วยเหตุผลว่า “จะทำให้เกาะเมืองไม่รกร้าง....ราษฎรจึงเข้าไปตั้งบ้านเรือนทำมาหากินได้ จนถึง พ.ศ. 2499 รัฐบาลได้มีนโยบายในการบูรณะเกาะเมืองให้เป็นแหล่งเตือนความทรงจำทางประวัติศาสตร์ชาติไทย การบูรณะครั้งนั้นทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงภายในเกาะเมืองอย่างมาก ทำให้เกาะเมืองกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวไทยและต่างประเทศ จึงขอสรุปเอกลักษณ์และคุณค่าของแหล่งโบราณสถานสมัยอยุธยาที่มีต่อการท่องเที่ยวดังนี้

1.โบราณสถานที่เคยเป็นอดีตราชธานีของไทยได้รับการยกย่องว่าเป็นมรดกโลกเมื่อ พ.ศ. 2534 และเป็นนครประวัติศาสตร์ที่เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าโดดเด่นเป็นที่รู้จักและยอมรับกันทั่วโลก ลักษณะของสิ่งก่อสร้างหลายอย่าง เช่น เจดีย์ ปรางค์ และปราสาท มีความโดดเด่นเป็นพิเศษไม่สามารถพบเห็นในที่อื่น แม้สิ่งก่อสร้างเหล่านี้จะมีกำเนิดที่มีอายุยืนยาวมาก่อนสมัยอยุธยาเรืองอำนาจ แต่ลักษณะการออกแบบทางสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยาแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ต่อเนื่องทางสถาปัตยกรรมมาสู่ลักษณะที่เป็นแบบไทยแท้และไม่สามารถสร้างทดแทนได้ในปัจจุบัน

2.พระนครศรีอยุธยาตั้งอยู่บนเกาะมีรูปร่างลักษณะเป็นรูปวงรี มีแม่น้ำลพบุรี แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยา และล้อมรอบด้วยกำแพงและป้อมยาวประมาณ 12.5 กิโลเมตร หนา 5เมตร สูง 6เมตร มีประตูเมือง 18 ประตู ป้อม 15ป้อม แต่ปัจจุบันยังคงเหลืออยู่เพียงบางส่วน ตรงใจกลางเกาะเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวงซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของเมืองและพระราชวังที่สำคัญ ซึ่งเป็นพระราชฐานของพระมหาอุปราชอยู่ด้านเหนือ(ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ วังจันทรเกษม)และวังหลังอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ ทำให้กรุงศรีอยุธยาสามารถควบคุมระบบการผลิตด้านเกษตรกรรมและระบบการค้าได้เป็นอย่างดี

3.กรุงศรีอยุธยาเป็นแม่แบบสำคัญในการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ในทุกแง่ทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นผังเมืองการจัดวางอาคาร ซึ่งสถานที่ต่างๆเช่น คลองมหานาค เจดีย์ภูเขาทอง ลักษณะของอาคารบ้านเรือน อาศัยอยู่ในเรือนแพลักษณะและการใช้เรือพระที่นั่งตลอดจนถึงวิธีการดำเนินชีวิต พระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น(รัชกาลที่1-3)ทรงมุ่งที่จะฟื้นฟูบ้านเมือง ศิลปกรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้เหมือนเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยายังเป็น”บ้านเมืองยังดี”อย่างแท้จริง

4.ด้านจิตรกรรมและศิลปกรรมวัตถุต่างๆ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ในด้านรูปแบบ การออกแบบ ฝีมือช่างการคัดเลือกวัสดุ การผสมผสานต่างๆ เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด ความเชื่อ และความสามารถเชิงสร้างสรรค์ของชาวไทยสมัยอยุธยาที่เผยแพร่อิทธิพลทางวัฒนธรรมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว และกัมพูชา ในด้านการหล่อหรือสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอยู่มากมาย ทั้งในบริเวณเมืองพระนครศรีอยุธยาและตามหัวเมืองต่างๆซึ่งภาพจิตรกรรมยังคงอยู่ เช่น ที่ลพบุรี เพชรบุรี และตามวัดต่างๆในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่น จิตรกรรมฝาผนัง วิหารเก่า วัดใหม่ประชุมพล อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นต้น

อ้างอิงจาก สมประสงค์ น่วมบุญลือ และคณะ เอกสารการสอนชุดวิชาทรัพยากรท่องเที่ยวของไทย.กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยสุโขทัยะรรมาธิราช ,2545

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

วัดวรเชษฐาราม จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีฐานะเป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยา เชื่อกัน ว่า สมเด็จพระเอกาทศรถโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2136 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=163709

สมศักดิ์ 510

#1 By สมศักดิ์ 510 เลขที่51 (58.64.91.187) on 2009-06-11 20:12

วัดมหาธาตุเป็นวัดใหญ่คู่กับวัดราชบูรณะ เริ่มสร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพงั่ว) พ.ศ.1917 มาแล้วเสร็จในสมัยพระราเมศวร และมีการก่อสร้างบำรุงรักษามาตลอดจนเสียกรุงในปี พ.ศ.2310ปัจจุบันพระปรางค์เหลือเพียงส่วนฐาน เพราะหักพังลงมาอีกครั้งในปี พ.ศ.2454 รัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

แหล่งที่มา
http://www.geocities.com/jcjhuc/artttttt.html

#2 By ธันวา 514 (125.24.129.35) on 2009-06-25 23:13

วัดใหญ่ชัยมงคล เดิมชื่อวัดป่าแก้ว หรือ วัดเจ้าไท ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะพระนคร จุดเด่นของวัดได้แก่เจดีย์องค์ใหญ่ที่เชื่อกันว่า ได้รับการปฏิสังขรขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ภายในได้มีการค้นพบชัยมงคลคาถาบรรจุอยู่ ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคล พระประธานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด นอกจากนี้แล้ว ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2544 อีกด้วย

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5

#3 By วิทยา 514 (58.9.199.15) on 2009-06-28 20:53

ภูเขาทอง หรือพระบรมบรรพตในกรุงรัตนโกสินทร์นั้น สร้างขึ้นโดยพระราชดำริในรัชกาลที่ 3 ไว้เป็นปูชนีย์สถานในพระนครเหมือนดังที่กรุงเก่า แต่ไม่สำเร็จ ต่อมารัชกาลที่4ได้ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างใหม่และแล้วเสร็จในรัชกาลที่ 5 บนยอดพระบรมบรรพตนั้น เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%95

#4 By อรุณ 514 (58.9.198.211) on 2009-07-14 21:12

#5 By (119.160.221.226) on 2010-09-15 09:34

อยากรู้ค่ะ

#6 By เบญจรงค์ (182.53.177.67) on 2011-11-25 13:55

wink

#7 By น่า รัก (192.168.187.125, 183.88.249.134) on 2011-11-29 19:49