8 อารยธรรมอียิปต์

posted on 01 Mar 2009 18:37 by pojjamansk  in WorldHistory

  อารยธรรมอียิปต์                

              อียิปต์เจริญรุ่งเรืองยาวนาน ถึง สามพัน  ปี ในเวลาใกล้เคียงกับเมโสโปเตเมีย แต่มีความมั่นคงมากกว่า เพราะ มีการปกครองโดยชนชาติอียิปต์ต่อเนื่องกัน สาม ราชวงศ์ ทั้งนี้เพราะ 

          1.    ที่ตั้งของอียิปต์มีความเหมาะสม มีปราการธรรมชาติในการป้องกันการรุกรานของข้าศึก คือ ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 

           2.    ได้รับความอุดมสมบูรณ์จากแม่น้ำไนล์ ทำให้ทำการเกษตรกรรมได้ มีพืชผลเลี้ยงดูประชากร แม่น้ำไนล์  จึงได้ชื่อว่า บ่อเกิดอารยธรรมอียิปต์  

         3.    อียิปต์ ไม่เคยได้รับภัยธรรมชาติที่รุนแรง เช่นพายุ น้ำท่วม การที่อียิปต์ มีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากเมโสโปเตเมีย ส่งผลต่อแนวคิด และความเชื่อที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ชาวอียิปต์ เชื่อว่า พระเจ้าจะเมตตาต่อชาวอียิปต์ ในขณะที่พงกเมโสโปเตเมีย จะเชื่อว่าพระเจ้าจะลงโทษ                

                ชาวอียิปต์นับถือเทพเจ้าหลายองค์  แต่เทพเจ้าสูงสุด คือ รา หรือ เร  หรือสุริยเทพ และเชื่อว่า ฟาโรห์ เป็นเทพเจ้าพระองค์หนึ่ง 

       ความเจริญของอียิปต์ 

          1.   2700-2200 B.C      ด้านสถาปัตยกรรม    ในสมัยอาณาจักรเก่า นิยมสร้างปิรามิด เพื่อเป็นที่เก็บศพฟาโรห์ ภายในจะเก็บสมบัติมีค่า เพื่อเตรียมการสำหรับการฟื้นคืนชีพของฟาโรห์ ปิรามิดทีมีชื่อเสียงที่สุด คือ ปิรามิดแห่งเมืองกิเซห์     ของฟาโรห์ คูฟู หน้าปิรามิด จะมีตัวสฟริงซ์ การสร้างปิรามิดแสดงถึงความเจริญด้านการคำนวณ การก่อสร้าง ในการก่อสร้างจะใช้เงิน และทาสจำนวนมาก ซึ่งมีผลต่อความมั่นคงของอาณาจักร 

        2.    การทำมัมมี่ เพราะมีแนวคิดว่า จะมีการฟื้นคืนชีพ แสดงถึ งความเจริญด้านการแพทย์

            3  การประดิษฐ์ตัวอักษร ที่เรียกว่า อักษรเฮียโรกลิฟิก ซึ่งมีพัฒนาการต่อมา เป็นตัวอักษร อัลฟาเบท  คือ ใช้พยัญชนะและสระเพื่อแสดงแทนรากฐานของเสียง อียิปต์ มีวรรณกรรมสำคัญ คือ  คัมภีร์มรณะ ที่บอกว่าเมื่อตายแล้วจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร เพื่อได้พบพระเจ้า  ผู้อ่านคัมภีร์นี้ออก คือ พระ ฟาโรห์ จึงเกรงใจพระ  เพราะกลัวพระไม่ช่วยชี้นำเมื่อตายไป พระจึงเป็นผู้มีอิทธิพลมาก และคอยแย่งชิงอำนาจของฟาโรห์อยู่เสมอ                                

            ในศตวรรษที่  สิบเอ็ดก่อนคริสต์ศักราช  อียิปต์สูญเสียอำนาจให้แก่ อัสซีเรียน เปอร์เซีย กรีก และโรมันตามลำดับ สุดท้ายอียิปต์หันไปนับถือศาสนาอิสลาม ทำให้มีความใกล้ชิดกับชนชาติอาหรับ แต่อารยธรรมอียิปต์ คือ ต้นกำเนิดของอารยธรรมตะวันตกควบคู่กับอารยธรรมเมโสโปเตเมีย

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

วิธีการทำมัมมี่

นำศพของผู้ตายมาทำความสะอาด ล้วงเอาอวัยวะภายในออกโดยการใช้ตะขอที่ทำด้วยสำริดเกี่ยวเอาสมองออกทางโพรงจมูก แล้วใช้มีดที่ทำจากหินเหล็กไฟซึ่งมีความคมมาก กรีดข้างลำตัว เพื่อล้วงเอาตับ ไต กระเพาะอาหาร ปอดและลำไส้ออกจากศพ โดยเหลือหัวใจไว้

สาเหตุที่ไม่เอาหัวใจออกจากร่างด้วยเพราะเชื่อกันว่าหัวใจเป็นศูนย์รวมแห่งจิตวิญญาณ อวัยวะภายในเหล่านี้จะถูกแทนที่ด้วยวัสดุประเภทขี้เลื่อย เศษผ้าลินิน โคลน และเครื่องหอม จากนั้นอวัยวะทั้งหมดจะถูกนำไปล้างด้วยไวน์ปาล์ม เสร็จแล้วก็จะถูกนำลงบรรจุในภาชนะสี่เหลี่ยม มีฝาปิด ที่รู้จักกันในชื่อของคาโนบิค ส่วนร่างของผู้ตายจะถูกนำไปดองโดยใช้เกลือประมาณ 7-10 วัน

เมื่อศพแห้งสนิทแล้ว ก็จะถูกนำมาเคลือบด้วยน้ำมันสน จากนั้นจะมีการตกแต่งและพันศพด้วยผ้าลินินสีขาวชุบเรซิน มัมมี่ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วจะถูกนำบรรจุลงในหีบศพ พร้อมกับเครื่องรางของขลังต่างๆ และมัมมี่บางตัวยังมีหน้ากากที่จำลองในหน้าของผู้ตายวางไว้ในหีบศพของมัมมี่อีกด้วย

อ้างอิง th.wikipedia.org/wiki/มัมมี่

#1 By ภูผา 46973 (125.25.120.146) on 2009-03-30 22:43

พีระมิด (Pyramid) ใน ประเทศอียิปต์ มีมากมายหลายแห่งด้วยกัน แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดจนอาจนับเป็นตัวแทนของพีระมิดอียิปต์ทั้งมวล ได้แก่ หมู่พีระมิดแห่งกิซ่า (Giza Pyramid Complex)
พีระมิดคูฟู (Khufu) หรือ มหาพีระมิดแห่งกิซ่า (The Great Pyramid of Giza) ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน มีขนาดใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในหมู่พีระมิดแห่งกิซ่า

พีระมิดคาเฟร (Khafre) ตั้งอยู่ตรงกลางของพีระมิดทั้ง 3 และสร้างอยู่บนพื้นที่สูง ทำให้ดูเหมือนมีขนาดใหญ่ที่สุด และมีบางคนเข้าใจผิดว่าพีระมิดคาเฟรคือมหาพีระมิดแห่งกิซ่า ทางทิศตะวันออกของพีระมิดคาเฟรมี มหาสฟิงซ์ (The Great Sphinx of Giza) หินแกะสลักขนาดมหึมาที่มักปรากฏในภาพถ่ายคู่กับพีระมิดคาเฟร

พีระมิดเมนคูเร (Menkaure) ขนาดเล็กที่สุดและเก่าแก่น้อยที่สุดในหมู่พีระมิดแห่งกิซ่า จากตำแหน่งการก่อสร้างทำให้คาดได้ว่า เดิมอาจตั้งใจสร้างให้มีขนาดใกล้เคียงพีระมิดคูฟู และพีระมิดคาเฟรแต่ในที่สุดก็สร้างในขนาดที่เล็กกว่า พีระมิดเมนคูเรมักปรากฏในภาพถ่ายพร้อมกับหมู่พีระมิดราชินีทั้ง 3 (The Three Queen's Pyramids)

#2 By สุพร 510 39 รุ่น129 (61.90.69.53) on 2009-05-22 22:51

กระดาษปาปิรุส (papyrus)

กระดาษปาปิรุสเป็นกระดาษแผ่นแรกของโลก ผลิตโดยชาวอียิปต์โบราณ ผลิตจากหญ้าที่เรียกว่า "ปาปิรุส" และเรียกว่ากระดาษปาปิรุส มีการพบว่ามีการ ใช้จารึกพวกบทสวด คำสรรเสริญเทพเจ้าแล้วก้อคำสาบานบรรจุไว้ในพีระมิดของอียิปต์ นักประวัติศาสตร์เชื่อว่ามีการใช้กระดาษปาปิรุส เมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล.

อ้างอิงจาก : http://ming18.multiply.com/journal/item/151/151

ศุภเดช ม.510

#3 By ศุภเดช 510 (58.8.203.111) on 2009-05-23 21:48

การแต่งกายของชาวอียิปต์


ประวัติศาสตร์ของอียิปต์นั้นยาวนานมากกว่า 3200 ปีก่อนคริสกาล แต่ดูเหมือนว่าพัฒนาการด้านการแต่งกายนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้า ถึงแม้ว่าการแต่งการในยุคของอาณาจักรเก่ากับยุคคลีโอพัตราจะต่างกันก็ตาม แต่ก็ไม่มากเท่ากับอารยธรรมใกล้เคียงอย่างเมโสโปเตเมีย อาจเป็นเพราะปัจจัยหลายอย่างเช่น ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ศาสนา และรสนิยมแบบเดิมๆของอียิปต์



http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2007/07/K5598167/K5598167.html

#4 By ธนพล ไตวัฒนะ ม.512 (125.24.8.194) on 2009-05-27 17:59

โถ "คาโนปิค" มีทั้งหมด 4 ใบ แต่ละใบ จะแกะสลัก ฝาปิด เป็นรูปเทพเจ้า ผู้คุ้มครองทั้ง 4 (บุตรแห่งเทพเจ้าโฮรัส)
โถบรรจุกระเพาะ ฝาครอบเป็นรูปหมาใน ซึ่งหมายถึง เทพดูอามุเทฟ ( Duamutef )
โถบรรจุลำไส้ ฝาครอบเป็นรูปหัวนกเหยี่ยว ซึ่งหมายถึง เทพเคฟเซเนอฟ (Qebhsenuef)
โถบรรจุปอด ฝาครอบเป็นรูปหัวลิง หมายถึง เทพฮาปี (Hapi)
โถบรรจุตับ ฝาครอบจะเป็นศีรษะมนุษย์ หมายถึง เทพ อ้าอิงจาก
http://writer.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=211222&chapter=67
นาย เอกลักษณ์ ศิริผล
ม.512 เลขที่6

#5 By DARK SIDE on 2009-05-27 19:36

เฮียโรกลิฟฟิก
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี(เปลี่ยนทางมาจาก เฮียโรกลิฟ)ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
เฮียโรกลิฟที่จารึกบนหีบศพอียิปต์โบราณ
เฮียโรกลิฟ เป็นอักษรภาพอย่างหนึ่งของอียิปต์โบราณ เพิ่งมีการอ่านและแปลความหมายได้อย่างชัดเจนเป็นระบบเมื่อมีการค้นพบหินโรเซตตาในปี พ.ศ. 2342 ที่จารึกโดยตัวอักษร 3 แบบ คือ กรีกโบราณ ดีโมติก และเฮียโรกลิฟ การเปรียบเทียบชื่อราชวงศ์ต่าง ๆ โดยใช้ตัวอักษร 3 แบบ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญภาษาโบราณสามารถอ่านอักษรเฮียโรกลิฟ ได้ใน 25 ปีต่อมา

#6 By iceabit 510/45 on 2009-05-27 22:38

เฮียโรกลิฟฟิก
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี(เปลี่ยนทางมาจาก เฮียโรกลิฟ)ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
เฮียโรกลิฟที่จารึกบนหีบศพอียิปต์โบราณ
เฮียโรกลิฟ เป็นอักษรภาพอย่างหนึ่งของอียิปต์โบราณ เพิ่งมีการอ่านและแปลความหมายได้อย่างชัดเจนเป็นระบบเมื่อมีการค้นพบหินโรเซตตาในปี พ.ศ. 2342 ที่จารึกโดยตัวอักษร 3 แบบ คือ กรีกโบราณ ดีโมติก และเฮียโรกลิฟ การเปรียบเทียบชื่อราชวงศ์ต่าง ๆ โดยใช้ตัวอักษร 3 แบบ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญภาษาโบราณสามารถอ่านอักษรเฮียโรกลิฟ ได้ใน 25 ปีต่อมา
วศิน 510/45

#7 By iceabit 510/45 on 2009-05-27 22:39

เฮียโรกลิฟฟิก
เฮียโรกลิฟที่จารึกบนหีบศพอียิปต์โบราณ
เฮียโรกลิฟ เป็นอักษรภาพอย่างหนึ่งของอียิปต์โบราณ เพิ่งมีการอ่านและแปลความหมายได้อย่างชัดเจนเป็นระบบเมื่อมีการค้นพบหินโรเซตตาในปี พ.ศ. 2342 ที่จารึกโดยตัวอักษร 3 แบบ คือ กรีกโบราณ ดีโมติก และเฮียโรกลิฟ การเปรียบเทียบชื่อราชวงศ์ต่าง ๆ โดยใช้ตัวอักษร 3 แบบ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญภาษาโบราณสามารถอ่านอักษรเฮียโรกลิฟ ได้ใน 25 ปีต่อมา
แหล่งอ้างอิง:http://th.wikipedia.org/wiki/เฮียโรกลิฟฟิก
วศิน 510/45

#8 By iceabit 510/45 on 2009-05-27 22:46

คัมภีร์มรณะเกิดขึ้นภายหลังจากการที่อียิปต์อยู่ในสมัยจักรวรรดิแล้ว ก่อนหน้านั้น อียิปต์ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของพวกฮิกซอสเป็นเวลานานถึง 200 ปี ศาสนาและหลักศีลธรรมของอียิปต์เรื่อมเสื่อมลง ความเชื่อเรื่องเครื่องลางของขลังได้เข้ามาแทนที่ ทำให้พวกพระเข้ามามีบทบาทในจิตใจของชาวอียิปต์อย่างมาก พวกพระเหล่านี้เป็นพระที่มีความละโมภในทรัพย์สิน ได้เป็นผู้ริเริ่มขายหนังสือเวทมนตร์ต่างๆ ซึ่งเป็นการล้มล้างความผิดให้กับผู้ตาย โดยการเขียนใส่กระดาษปาปิรุส (Papyrus) ใส่ไว้ในหว่างขาของมัมมี่ (Mummy) หรือตรงฐานโลงศพ

http://th.wikipedia.org/

#9 By พุฒิพงศ์ ม.510 เลขที่17 (58.147.4.25) on 2009-06-19 17:26

งานจิตรกรรมของอียิปต์ เป็นภาพที่เขียนไว้บนฝาผนังสุสานและวิหารต่าง ๆ สีที่ใช้ เขียนภาพทำจากวัสดุทางธรรมชาติ ได้แก่เขม่าไฟ สารประกอบทองแดง หรือสีจากดินแล้วนำมาผสมกับน้ำและยางไม้ ลักษณะของงานจิตรกรรมเป็นงานที่เน้นให้เห็นรูปร่างแบน ๆ มีเส้นรอบ นอกที่คมชัด จัดท่าทางของคนแสดงอิริยาบถต่าง ๆ ในรูปสัญลักษณ์มากกว่าแสดงความเหมือนจริงตามธรรมชาติ มักเขียนอักษรภาพลงในช่องว่างระหว่างรูปด้วย และเน้นสัดส่วนของสิ่งสำคัญในภาพให้ใหญ่โตกว่าส่วนประกอบอื่น ๆ เช่นภาพของกษัตริย์หรือฟาโรห์ จะมีขนาดใหญ่กว่า มเหสี และคนทั้งหลาย นิยมระบายสีสดใส บนพื้นหลังสีขาว

#10 By กษมา 512 35 (58.9.3.223) on 2009-06-21 16:21

ปิรามิดที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามอันแห่งเมืองกีซ่านี้ ที่ใหญ่ที่สุดคือปิรามิดของพระเจ้าฟาโรห์คีออพส์ เรียกว่ามหาปิรามิด

- ฐานของปิรามิดแห่งนี้มีความกว้างถึง 570,000 ตาราง768 ฟุต บริเวณฐานปิรามิด 4 ด้านนั้น มีความกว้างยาวเท่ากัน คือ 755 ฟุต หรือ 230.12 เมตร จะแตกต่างกันมากน้อยแค่ 8 นิ้ว

- ตัวมหาปิรามิดนี้สูงประมาณ 432 ฟุตประมาณได้ว่ามีหินก้อนมหึมาถึง 2,300,000 ก้อน หนักกว่า 6,000,000 ตัน แต่ละก้อนหนักถึง 2.5 ตัน บางก้อนหนักถึง 16 ตัน กว้างยาวประมาณ 3 ฟุต หรือ 1 เมตร
http://variety.teenee.com/world/330.html

#11 By ธนภัทร 513 เลขที่ 22 (118.173.70.188) on 2009-06-23 22:14

เทพรา (อังกฤษ: Ra) หรือ เร (อังกฤษ: Re) หรือ อาเมน-รา (อังกฤษ: Amen-Ra) หรือ อามอน-รา (อังกฤษ: Amon-Ra) คือ เทพแห่งดวงอาทิตย์ในตำนานเทพเจ้าแห่งไอยคุปต์ของอียิตป์โบราณสัญลักษณ์ของเทพราคือวงกลมหนุนอยู่บนเรือ แต่ส่วนมากมักเป็นมนุษย์ พระเศียรเป็นนกเหยี่ยว เชื่อว่าถือกำเนิดมาจากแม่น้ำแห่งเทพนุน กายล้อมรอบด้วยกลีบดอกบัว ทุกวันเมื่อเข้าสู่ราตรีกาล เทพราจะกลับมาบรรทมในดอกบัวนี้ สัญลักษณ์ของพระองค์เป็นนกศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า นกเบนนู (Bennu bird) เกาะที่ยอดพีระมิด ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งแสงอาทิตย์

อ้างอิงจากhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2

#12 By ประสบพงษ์ 514 (58.9.153.93) on 2009-06-27 22:48

ชาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อว่าฟาโรห์และพระราชโอรสและพระราชธิดาต่างเป็นเทพเจ้าหรือเทพีแห่งโลกทั้งสิ้นและถือว่าต่างเป็นคู่อภิเษกสมรสกัน พระราชโอรสที่ได้รับราชบัลลังก์ก็ทรงมีสิทธิที่จะเลือกอภิเษกสมรสกับพระเชษฐภคินี หรือพระกนิษฐาคนใดก็ได้ ในกรณีที่ไม่มีพระเชษฐภคินีหรือพระกนิษฐาร่วมพระครรภ์เดียวกันก็จะไม่มีสิทธิ์ขึ้นครองราชบัลลังก์ ส่วนพระราชธิดาที่พระราชบิดาทรงเลือกให้สืบราชสมบัติต่อไปก็ต้องทรงปฏิบัติเช่นเดียวกัน
อ้างอิงhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B9%8C

#13 By สิทธิชัย 514 (58.9.227.166) on 2009-06-28 20:09

มหาสฟิงซ์ (The Great Sphinx of Giza) คือ รูปสฟิงซ์แกะสลักด้วยหินขนาดใหญ่ที่สุด ใน ประเทศอียิปต์ มีตัวเป็น สิงโต และมีหัวเป็น มนุษย์ อยู่ในบริเวณหมู่พีระมิดทั้ง 3 แห่งกิซ่า หมอบเฝ้าอยู่ใกล้กับ พีระมิดคาเฟร โดยหันหน้าไปทาง ทิศตะวันออก
สฟิงซ์คือชื่อ สัตว์ประหลาด ในตำนานไอยคุปต์วิทยา และมีในตำนานชนชาติอื่นด้วย มีลักษณะต่างกันไป แต่จะมีตัวเป็นสิงโตเหมือนกัน สฟิงซ์ในตำนานกรีก มีใบหน้าและช่วงอก เป็นหญิงสาว มีปีกแบบนกอินทรีย์ และสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ สฟิงซ์จะคอยถามคำถาม กับมนุษย์ที่หลงมาพบมันเข้า หากตอบคำถามไม่ได้ มนุษย์ผู้เคราะห์ร้ายนั้นก็จะถูกสังหาร ส่วนสฟิงซ์ของอียิปต์โบราณ ไม่มีปีกมีหน้าเป็นมนุษย์ผู้ชาย และยังมีแบบที่หัวเป็นแกะ (Criosphinx) และหัวเป็นนกเหยี่ยว (Hierocosphinx) อีกด้วย
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%8B%E0%B9%8C

#14 By นิติธร(514) (210.86.208.241) on 2009-06-29 20:14

โพสไม่ติด

#15 By ... (58.9.7.72) on 2009-06-30 21:01

คัมภีร์มรณะBook of the deadในปีค.ศ.1842โทมัสจี อัลเลน ได้ให้ความหมายคัมภีร์มรณะว่า เป็นความปรารถนาที่จะเดินทางไปยมโลก


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0

#16 By จิรภัทร์ เลขที่13 ม.510 (58.9.7.72) on 2009-06-30 21:18

คัมภีร์มรณะ ทำด้วยกระดาษปาปิรุส(papyrus)
บรรจุถ้อยคำยาวเหยียด อักษรสีแดงใช้เป็นหัวเรื่อง
หรือคำที่เน้นว่าสำคัญ นอกนั้นใช้สีดำ บางครั้งก็วาดรูปประกอบไว้ด้วย จิรภัทร์ ห้อง510 เลขที่13

#17 By จิรภัทร์ 13/510 (61.90.85.84) on 2009-06-30 21:42

ได้ความรู้เกี่ยวกับประวัตติศาส มากเลย ผมพิมพ์ไม่ค่อยเก่ง
เลยพิมพ์ไม่ค่อยถูกต้องขออภัยด้วย 55555 ขำมากเลย
แถมผมเป็นคนชอบแกล้งเพื่อนโดยเอายางลบไปวางตรงเก้าอี้
พอเพื่อนนั่งทับ ฮากระจายเลย อิ อิ อิ เอาไปทำตามได้นะ
ลองดิมันเลยquestion

#18 By ซาวาดะ (58.10.12.187) on 2012-01-28 12:53